July 1, 2022

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจ น่าติดตาม จากทุกประเทศทั่วโลก จากทุกสำนักข่าวในประเทศ

พร้อมทั้งวิเคราะห์บอล ข่าวบอลล่าสุด เว็บไซต์กีฬาอันดับ 1 ของไทย ฟุตบอลต่างประเทศ ชมไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุดอัพเดททุกวัน

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล

“ลูกากู” ซัดชัย! เชลซี เชือดหืด อัล ฮิลาล 1-0 ลิ่วชิงศึกสโมสรโลก

ศึกฟุตบอล ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่ สนาม โมฮัมเหม็ด บิน ซาเย็ด สเตเดี้ยม เป็นการพบกันของ อัล ฮิลาล พบ เชลซี

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล1

อัล ฮิลาล มีตัวชูโรงอย่าง อิกฮาโล่ ยืนนำหน้ามารวมถึงมี เปเรย์ร่า อดีตมิดฟิลด์ของ เวสต์บรอมวิช ออกตัวด้วยอีกคน
ส่วนทางด้าน เชลซี ปรับมาเป็นแผนหลังสามแล้วก็ ซิลวา คืนตำแหน่งแล้ว ด้านแนวรุกเลือกใช้ ฮาแวร์ตซ์ พอดีจริง
ผลปรากฎว่า เริ่มเกมมานาทีเดียว อัล ฮิลาล ได้ลุ้นก่อน เมื่อ มาเตอุส เปเรยร่า จ่ายไปให้ โอเดียน อีกาโล่ ยิงด้วยขวาหน้าจุดโทษไม่ตรงกรอบ
เชลซี เองก็ได้โอกาสดีเช่นเดียวกัน มาเตโอ โควาซิช จ่ายไปให้ โรเมลู ลูกากู ยิงด้วยซ้ายในจุดโทษ แต่ว่าติดเซฟ อัลดุลลาห์ อัล ไมอูฟ
สุดท้าย เชลซี ก็มาออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 32 เมื่อบอลมาเข้าทาง โรเมลู ลูกากู ยิงระยะเผาขนตุงตาข่าย
ด้านหลังครึ่งแรก เชลซี เกือบจะได้เพิ่ม ฮาคิม ซิเย็ค ลากตัดมายิงด้วยซ้าย แต่ว่าบอลไม่ผ่านมือ อัล ไมอูฟ
ช่วงหลัง อัล ฮิลาล มานะเดินหน้าบุก อีกาโล่ จ่ายไปให้ โมฮัมเหม็ด คานโน่ ยิงไกลไม่เข้าเป้า
นาทีที่ 63 อัล ฮิลาล น่าตีเสมอได้เหลือเกิน เมื่อ มาเตอุส เปเรยร่า จ่ายไปให้ มุสซ่า มาเรก้า ยิงด้วยขวาในจุดโทษ แต่ว่า เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ยังปัดออกหลังไปได้

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล2

อีก 5 นาทีถัดมา เป็นนาทีทองของ อัล ฮิลาล อีกรอบ คานโน่ ยิงด้วยขวาหน้าจุดโทษกำลังจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่ว่า เกปา ก็ยังเซฟออกหลังไปได้

ตอนที่เหลือ ไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่ม จบเกม เชลซี เฉือนชนะ อัล ฮิลาล 1-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ พัลเมรัส

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล3

รายนามผู้เล่นที่ลงในสนาม
อัล ฮิลาล : อับดุลลาห์ อัล มายุฟ,โมฮัมเหม็ด อัล-เบรอิก,จาง ฮุน-ซู,อาลี อัลเบเลฮี,ยัสเซอร์ อัล-ชาห์รานี่,กุสตาโบ กวยยาร์,โมฮาเหม็ด คานโน,ซาเลม อัล-ดาว์ซารี่ (อังเดร การ์ริโญ่ น.81),มาเธอุส เปเรย์ร่า (ไมเคิล น.81),มุสซ่า มาเรก้า,โอเดียน อิกาโล่

เชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า,อันโตนิโอ รือดิงเกอร์,ติอาโก ซิลวา,อันเดรส คริสเตียนเซ่น,เซวาร์ อัซปิลิกวยต้า,มาเตโอ โควาซิซ,จอร์จินโญ่ (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.46,มาร์กอส อลอนโซ่ (มาล็อง ซาร์ น.87),ไค ฮาแวร์ตซ์,ฮาคิม ซิเย็ค (เมสัน เมานท์ น.72),โรเมลู ลูกากู